แชมพูผสมสมุนไพร

ชื่อเรื่อง: การพัฒนาตำรับแชมพูผสมสมุนไพรอัญชันและมะกรูด
ชื่อผู้วิจัย: นางสาวฐิติมา ทวีท้าว เภสัชกรปฏิบัติการ

****

บทนำและวัตถุประสงค์ : แชมพูเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการทำความสะอาดเส้นผม และในปัจจุบันการใช้สารออกฤทธิ์ที่ได้มาจากธรรมชาติกำลังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในด้านผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและมีแนวโน้มว่าจะขยายตัวในตลาดเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการนำผลิตภัณฑ์ทางธรรมชาติมาพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจยังเป็นการส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น งานวิจัยชิ้นนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อนำมะกรูดและอัญชันซึ่งพืชที่พบมากในท้องถิ่นที่หาได้ง่าย มาพัฒนาสูตรตำรับแชมพูอัญชันผสมมะกรูดให้เป็นตำรับที่ใช้ชะล้างสิ่งสกปรกจากเส้นผม ผมนุ่มลื่น ผู้บริโภคมีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์และมีความเป็นไปได้ทางการตลาด
วิธีการศึกษา: ตั้งตำรับแชมพูตั้งต้น (Master formula) ขึ้นแล้วนำสารสกัดอัญชันและสารสกัดมะกรูดมาผสมในสูตร Master formula แล้วพัฒนาต่อโดยทำการปรับเปลี่ยนชนิดสารหรือเพิ่มลดปริมานสาร พร้อมกับทำการประเมินลักษณะด้านกายภาพและ ความหนืด การเกิดฟอง ความนุ่มของเส้นผมและความยากง่ายในการหวี ในอาสาสมัครกลุ่มเล็กที่ทดลองสระ 1-2 คน เมื่อได้ตำรับที่ดีที่สุดแล้วนำไปทดสอบในอาสาสมัครกลุ่มใหญ่ขึ้นในด้านความพึงพอใจและความเป็นไปได้ด้านการตลาด โดยใช้แบบประเมินความพึงพอใจด้วยประสาทสัมผัส (9-Point Hedonic Scale) ซึ่งทำการประเมินด้านลักษณะภายนอก เนื้อสัมผัส (Consistent) การเกิดฟอง (Foam) กลิ่น (Smell) ความรู้สึกหลังสระ
(Feeling after use) ความชอบโดยรวม (Overall acceptability)

ผลการศึกษา: จากการพัฒนาตำรับทั้งหมด 7 ตำรับพบว่าสูตร U เป็นสูตรที่ดีที่สุดในอาสาสมัครกลุ่มเล็กพอใจมากที่สุดเมื่อนำไปทดสอบความพึงพอใจด้านประสาทสัมผัสและความเป็นไปได้ทางการตลาดในอาสาสมัครขนาดใหญ่ขึ้น ในอาสาสมัครจำนวน 5 คน เพศชาย 4 คน เพศหญิง 1 คน อายุระหว่าง 20-35 ปี
พบว่าอาสาสมัครพึงพอใจลักษณะภายนอก 8±0 เนื้อสัมผัส (ความหนืด) 7.2±0.84 การเกิดฟอง 7.2±0.45 กลิ่น 7±1 ความรู้สึกหลังสระ 7.4±0.55 ความชอบโดยรวม 7.8±0.45 ด้านการตลาดพบว่า ซื้อ 80% ไม่ซื้อ 0% ไม่สามารถตอบได้ 10% ซึ่งผู้ที่ไม่สามารถตอบได้ โดยให้เหตุผลว่าอยากเห็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่พร้อมขายจึงจะสามารถตอบได้ หากรูปแบบสวยงามดึงดูดใจจึงจะซื้อ

ข้อเสนอแนะ: จำนวนอาสาสมัครที่ประเมินด้านความพึงพอใจโดยใช้แบบประเมินความพึงพอใจด้วยประสาทสัมผัส (9-Point Hedonic Scale)และความเป็นไปได้ด้านการตลาดมีจำนวนที่น้อย ในอนาคตอาจจะต้องเพิ่มจำนวนอาสาสมัครเพื่อให้มีความน่าเชื่อถือทางสถิติมากยิ่งขึ้น